ไม่มีหมวดหมู่

ชีวิตมี้ช่วงตั้งครรภ์ การเดินทาง การเตรียมของน้อง


โพสต์นี้เล่าให้ฟังกันต่อฮะ ว่าหลังจากขูดมดลูกแล้วมี้ท้องอีกทีแล้วเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เน้นเรื่องการดูแลครรภ์ใดๆ นะฮะ แต่จะเล่าให้ฟังว่าบ้านตั้นใช้ชีวิตยังไงกันบ้าง

ท้องอีกแล้ว???

ต่อจากตอนที่แล้วที่มี้ขูดมดลูกไปตอนกลางเดือนตุลาคม 58 (ลิ้งค์นี้ฮะ)

https://babytravelbyalton.com/2016/09/05/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95/

มี้ก็ดูแลตัวเองตามปกติคล้ายๆ คนเพิ่งคลอด ไม่ยกของอีกเดือนกว่าๆ อยู่ไฟอีก 3 วัน ให้มดลูกเข้าอู่ (ถึงแม้จะตั้งครรภ์แค่ไม่กี่วีค แต่มี้เชื่อว่ามดลูกอาจจะมีการขยายเพื่อเตรียมให้น้องมานอนในพุง) และที่สำคัญคือบ้านเราก็กลับมาใช้ชีวิตกันเหมือนเดิมฮะ วางแผนเที่ยวเดือนธันวาทันที เพราะพ่ออยากไปชอปปิ้งถุงโชคดี ตั้นอยากไปดิสนีย์ (อีกแล้ว) ส่วนมี้ใครให้ไปไหนก็ไป บอกจริงๆ คือตอนนั้นก็ยังสภาพจิตใจไม่ 100% ฮะ มี้เคยใส่ตัวอ่อนในท้องครั้งนึง ก่อนมีตั้น ซึ่งก็ไม่สำเร็จ ร้องไห้อยู่ยกใหญ่ พอน้องมาหนีไปคราวนี้ไม่ได้ร้องแบบตอนนั้น แต่มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ฮะ หวิวๆ พิกล เศร้าแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง น่าจะเศร้ากว่าตอนใส่ตัวอ่อนไม่ติดเยอะเลย เพราะเคยรู้แล้วว่าการมีลูกมันมีความสุขมากๆ มี้พยายามจะไม่ไปคิดถึงเรื่องที่น้องหลุดฮะ จากที่ตอนแรกไม่ได้กะว่าจะมีลูกสองคน แต่พอคิดไปแล้วว่าจะมี บอกตั้นไปแล้วว่าจะมี พยายามหาเหตุผลให้ตัวเองว่ามีสองคนดียังไง แต่แล้วสุดท้ายแล้วน้องไม่มา ก็เลยเศร้าลึกๆ ฮะ ก็ได้แต่พยายามทำงานให้ลืมไป

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จนเดือนธันวาช่วงปลายเดือนบ้านเราก็ไปญี่ปุ่นกันฮะ แพลนทริปตามปกติเลย เดินชอปปิ้ง เที่ยวดิสนีย์ อาบน้ำแร่ ทานเหล้าบ๊วย กินปลาดิบ ทานขนม ทำทุกอย่างตามปกติ ทริปนั้นเราไปกันประมาณ 8 วันฮะ สนุกสนานดี ไม่ได้มีอะไรจนกระทั่งช่วงเย็นวันสุดท้าย อยู่ๆ มี้ก็มีเลือดออกมา แหมะนึง แล้วก็หายไปอีกแล้วฮะ เย้ย อาการแบบนี้มันเหมือนตอนตั้นกับน้องเบอร์ 1 เลย สิ่งแรกที่มี้ทำคือ ไปกระซิบบอกพ่อก่อน (ตั้น อาม่า อากง ไม่ได้ยิน) พ่อหน้าตา งง ไปนิดนึง จำได้เลยว่าตอนนั้นประมาณทุ่มนึง บ้านเราพักกันแถวโอไดบะ  พ่อไปเดินหาซื้อที่ตรวจครรภ์ จากร้านสะดวกซื้อแถวโรงแรมประมาณ 3-4 ร้านได้ อ่านแล้วกะว่าเราจะซื้อมาตรวจแล้วเจอว่ามี้ท้องใช่มั้ยฮะ แหะๆ หาซื้อไม่ได้ฮะ เพิ่งรู้เหมือนกันว่าหาซื้อไม่ได้ง่ายๆ (กลับมาคิดดูว่าก็คงไม่แปลก เราก็คงหาซื้อที่ตรวจครรภ์ตามร้านสะดวกซื้อในเมืองไทยไม่ได้เหมือนกัน แต่ตอนนั้นพ่อกับมี้ตื่นเต้นด้วย) คืนนั้นเลยนอนไม่หลับทั้งพ่อทั้งมี้เลยฮะ ตื่นเต้น แต่กว่าจะได้รู้ก็โน่น เที่ยงอีกวันฮะ ไปเจอร้านขายยาในห้าง ซึ่งก็ไม่ได้มี moment สีชมพูแบบ พ่อแม่มาลุ้นด้วยกันว่าตรวจแล้วเป็นยังไง ดีใจจังเลยติดแล้ว ไม่ใช่ฮะ มี้เดินไปซื้อที่ตรวจเอง ส่วนพ่อพาตั้นไปเล่นตู้หยิบตุ๊กตาอยู่ (กิจกรรมโปรดพ่อลูก) มี้ตรวจว่าท้องก็   Line หาพ่อ ….. “ท้องนะ” ….แต่พ่อไม่ได้อ่านฮะ พ่อลูกมัวแต่เล่นเกมส์กันอยู่ กว่าจะเห็นก็อีกเกือบครึ่งชั่วโมง T__T

ท้องแล้วทำตัวยังไง

จากคำแนะนำที่เคยได้ยินทั่วไปฮะ และจาก google เราเลยทราบกันว่าช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง อย่าพยายามขึ้นเครื่องบินฮะ ไม่แน่ใจว่าทำไมแต่อ่านแล้วก็ลองทำตามดีกว่าแหะๆ ตอนมีตั้นนี้มี้แทบจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ไปไหนเลย แต่เราจะไม่กลับจากญี่ปุ่นก็คงไม่ได้ เราเลยกลับกันมาทั้งๆ ที่มี้ท้องนั่นแหละฮะ พยายามนั่งนิ่งๆ ไม่ขยับมาตลอดทาง ซึ่งจริงๆ ก็คงไม่เกี่ยวอะไร แต่ก็ไม่ได้ยกข้าวของแล้วนะฮะ กลับมาได้ไม่กี่วันเราก็ไปตรวจกับคุณอาหมอท่านนึงที่ รพ เพื่อดูให้ชั่วว่ามี้ท้องจริงฮะ เพราะว่าพ่ออยากรู้ แต่ว่ายังไม่ถึงวันที่นัดลุงหมอ อาหมอก็คอนเฟิร์มว่าท้อง ค่าฮอร์โมนก็สูงดีใช้ได้ เราเลยมั่นใจกันเลยว่าน้องเบอร์ 2 จะมาแน่ (ขอเรียกชื่อน้องเลย แล้วกันนะฮะ เรียกเบอร์ 2 ตลกๆ พิกล น้องชื่อเอเตอร์ฮะ) มี้เลยเริ่มบอกตั้นว่าน้องจะมาอีกแล้วนะ ให้เตรียมตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีซะ

ต้องบอกว่าท้องนี้มี้ทำตัวต่างจากตอนตั้นเยอะเลยฮะ (ตรงนี้เป็นความเชื่อ หรือพฤติกรรมส่วนบุคคลนะฮะ ไม่ได้แนะนำให้ทำตามเพราะว่าคุณแม่แต่ละคนก็คงมีสภาพร่างกายไม่เหมือนกัน น้องในท้องก็อาจจะอยู่ในช่วงหรือสถานะต่างๆ กัน ยังไงลองปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุดนะฮะ) ตอนตั้นนี่มี้พยายามอยู่บ้านไม่ไปไหน ไม่ได้เดินทางใดๆ เลยตลอด 9 เดือน เดือนแรกๆ ไม่ไปไหนเลย เดือนหลังๆ อาจจะออกอาทิตย์ละวัน ส่วนเอเตอร์นี่พูดง่ายๆ ว่าออกทุกวันเลย ไปรับตั้นที่ รร ไปออกบูธขายของ ไปกินข้าว ไป Super ไปธุระเรื่องแว่น ซึ่งเยอะมากเพราะมีเรื่องเอาสินค้าเข้าห้าง มีไปคุยกับหนังสือ ไปงานเด็ก มีอะไรเยอะแยะเลย พ่อยังห้ามและแซวเลยว่ามี้จะไม่อยู่บ้านซักวันเลยเรอะ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ทานแบบคนปกติเลยฮะ แต่ไม่ทานคาเฟอีน (มีดื่มกาแฟ decaf วันละแก้ว แบบซื้อเครื่องทำมาเอง เพราะพ่อไม่มั่นใจว่าตามร้านจะ decaf จริง หรือไม่ก็เลือกร้านที่ดูเชื่อถือได้ อันนี้วิจารณญาณส่วนบุคคลเช่นกันนะฮะ) ไม่ทานแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงของดิบ ทานของบำรุงของจีน  เช่นกระเพาะปลา ทานยาจีน นอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษนะฮะ เรื่องที่ยากที่สุดช่วงตั้งท้องน้อง ถ้าไม่นับรวมเรื่องสรีระที่เปลี่ยนไป ความปวดเมื่อนต่างๆ มี้บอกว่าเป็นเรื่องการพยายามไม่อุ้มตั้นฮะ 555

ส่วนเรื่องเสื้อผ้าช่วงนี้เวลาซื้อก็พยายามซื้อที่เผื่อจะไว้ใช้ตอนให้นมได้เลย หรือที่ดูโปร่งๆ หน่อยฮะ แหะๆ จะได้เอาไว้ใช้นานๆ เวลาถ่ายรูปก็พยายามหาอะไรบังๆ บางรูป (ไม่ใช่รูปนี้นะฮะ) ก็ออกมาเนียนใช้ได้เลย

P7151788.JPG

แม่ตั้งครรภ์กับการเดินทาง

ใครที่เคยคุ้นๆ ตามเพจตั้นอยู่อาจจะสงสัยว่าช่วงท้องมี้ก็บินไปเมืองนอกเหรอ ใช่ฮะ ท้องเอเตอร์นี่บินเยอะด้วย (ท่าทางจะดวงเดินทางเยอะกว่าตั้น) เราก็ดูตามความเหมาะสมแล้วก็ตามเกณฑ์ที่คุณหมอและสายการบินแนะนำฮะ  0-3เดือนแรกเราไม่ได้บินเลย ซึ่งจริงๆ แพลนไว้ว่าเดือนที่ 4 เราจะไป Sydney กัน ออกตั๋วรอไว้เรียบร้อย แต่พอดีที่บ้านมีธุระเลยต้องเลื่อน มี้เลยมีบินตามนี้ฮะ ขออนุญาตระบุระยะเวลาบินกับ class ที่บินนะฮะ ไม่ได้จะบอกว่าบินถูกบินแพงอะไร แต่เผื่อเป็นข้อมูลให้คุณแม่ๆ

–  สัปดาห์ที่ 28/29 ไปเซี่ยงไฮ้บิน 4 ชั่วโมง เราบิน Biz Class ฮะ ไป Shanghai Disneyland ช่วง Grand opening โดยบอกตัวเองให้สบายใจว่าต้องไปช่วงนี้นะ Disneyland ไม่ได้เปิดบ่อยๆ (แถมั้ยฮะ แหะๆ)ไปค้างอยู่สามคืน อยู่แต่แถวดิสนีย์ นั่งรถบัสของรีสอร์ท ไม่ได้ออกไปในเมือง

–   สัปดาห์ที่ 30/31 ไป Sydney บิน 9-10 ชั่วโมง เราบิน First Class ที่เลื่อนมาจากตอนเดือน 4 ฮะ บอกตัวเองว่า ไหนๆ ก็มีตั๋วอยู่แล้วไปเถอะ เสียดาย (จริงๆ ก็คืนได้ เสียค่าคืนบ้างไม่มาก) แต่ยกเลิกแพลนที่จะไปบินในประเทศเพื่อไปเมลเบิร์น แล้วลดเวลาจากแพลนเดิม 10 วันเหลือ 6 วัน ทริปนี้ไม่ย้ายโรงแรม นั่งแต่แท็กซี่กับ Uber ล้วนๆ ฮะ

–   สัปดาห์ที่ 33 ไป Singapore บิน 2 ชั่วโมง เราบิน Economy ฮะ ไปนอนอยู่สามคืน พอดีไปกันหลายคน เลยนั่งรถเช่า ไป Legoland (ไปชั่วโมงนิดๆ กลับชั่วโมงนึง ขึ้นกับรถติดไม่ติด) แล้วก็มีขึ้นรถใต้ดิน กับแท็กซี่บ้างฮะ อันนี้ให้เหตุผลว่าเพื่อนๆ ชวนไปฮะ 555

ทุกทริปต้องใช้ใบรับรองแพทย์ที่ออกล่วงหน้าไม่เกิน 7 วันนะฮะ ซึ่งแต่ละสายการบินก็จะมีข้อกำหนดที่ต่างกันไป อย่าง TG ที่ตั้นไปนี่ดูรายละเอียดได้ตามลิ้งค์นี้เลยฮะ

http://www.thaiairways.com/th_TH/plan_my_trip/travel_information/travel_guide.page

ซึ่งมี้ก็ไปขอใบรับรองแพทย์ จากลุงหมอ อาหมอก่อนบินทุกครั้งฮะ มี Note ไว้เป็นข้อมูลนิดนึงฮะ คือ สิงคโปร์เนี่ยเค้าค่อนข้างมีข้อจำกัดของแม่ตั้งครรภ์ในการเข้าประเทศฮะ ตอนที่ไปเชคอินพี่ที่เคาเตอร์บอกว่าอาจจะเข้าประเทศไม่ได้ เพราะท้องเกิน 32 สัปดาห์แล้ว แต่พี่เค้าเชคกฎระเบียบล่าสุดให้เหมือนเขียนว่าถ้าไม่ได้ตั้งใจไปคลอด มีเอกสารแสดงให้ดูว่ากลับก็ไปได้ฮะ เราเลยได้ไปกัน ตอนไปถึงพี่ immigration ก็ไม่ได้ถามอะไร แต่ตั้นแนะนำนะฮะ ว่าใครจะไปสิงคโปร์ check ดีๆ ก่อนฮะ

อีกเรื่องนึงคือ 7  วันของใบรับรองแพทย์เนี่ยนับเทียบกับวันไหนแน่ฮะ วันที่บินออกจากไทย หรือบินกลับไทย ตอนแรกตั้นเข้าใจว่าวันที่บินออกจากเมืองไทย แต่ตอนจะกลับจาก Sydney พี่พนักงานที่โน่นเป็นฝรั่งเค้าเหมือนจะเชคเทียบกับวันที่บินกลับ แปลว่าใบรับรองแพทย์ต้องออกภายใน 7 วันก่อนบินกลับ ซึ่งตรงนี้ งง นิดนึงฮะ แนะนำว่าลองเชคกันดีๆ ก่อน เพราะถ้านับวันที่บินกลับแล้วใครไปนานกว่า 7 วันอาจจะต้องไปหาคุณหมอที่โน่นตรวจเพื่อออกใบรับรองแพทย์สำหรับขากลับนะฮะ สอบถามสายการบินกันดีๆ นะฮะ

ส่วนที่สอบถามกันว่าบินดีมั้ย อันตรายมั้ย อันนี้แนะนำว่าปรึกษาคุณหมอเลยฮะ อันนี้ตอบแทนยากจริงๆ เพราะขึ้นกับครรภ์ของแต่ละท่าน ขึ้นกับไปไหนทำอะไร ปฏิบัติตัวยังไงด้วยฮะ แต่ของบ้านตั้นเองเราก็พยายามดูแล ไม่ให้มี้เดินเยอะไป ไม่ให้ยกของหนัก จัดโปรแกรมให้มีพักเยอะๆ มี้จะได้ไม่เหนื่อยเกินไปฮะช่วงขึ้นเครื่องบินก็ แต่งชุดสบายๆ ทานน้ำเยอะๆ ไม่มีอะไรต้องห่วงเป็นพิเศษฮะ

P7061404.JPG

ใกล้คลอดแล้วฮะ เตรียมอะไรบ้างดี

หลังจากเที่ยวมาเต็มที่แล้วก็ได้เวลาคิดเรื่องคลอดฮะ บ้านเราแพลนที่จะผ่าคลอดกันตอนวีคที่ 38 เลยฮะ เพราะคราวที่แล้วตอนนั้นมี้ก็ผ่าตอนวีคที่ 38 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ลุงหมอไฟเขียวให้ผ่าได้แล้ว คราวนี้ตอนสัปดาห์ที่ 34 เราเลยไปติดต่อ รพ. เพื่อให้พี่พยาบาลคอนเฟิร์มเวลาคลอดกับลุงหมอเลยฮะ เพราะว่าปกติบ้านตั้นไปเจอลุงหมอที่คลีนิคฮะ ขั้นตอนก็คือโทรไปที่ รพ. บอกว่าจะคลอดนะฮะ มี้มีประวัติแล้ว หาลุงหมอที่คลีนิค เคยคลอดที่นี่แล้วด้วย มีฤกษ์คลอดที่หลวงตา (พระ) ให้มาเวลาตามนี้ๆ ฝากพี่พยาบาลเชคลุงหมอทีฮะ ว่าได้มั้ย พี่พยาบาลจะหายไปวันสองวันแล้วจะโทรกลับมาคอนเฟิร์มฮะ ว่าได้คลอดวันไหนกี่โมง แล้วแจ้ง่าใกล้ๆ วันคลอดให้เอาผลตรวจเลือดมาให้ที่ รพ ด้วย บ้านตั้นก็ถือไปวันคลอดเลยฮะ ส่วนใครที่ฝากท้องที่ รพ. คลอดที่ รพ. ก็คงไม่มีขึ้นตอนนี้ฮะ นัดกับทาง รพ. ได้เลย จากที่ตอนแรกที่เล่น ทำงานไปเรื่อย พอได้วันคลอดก็เริ่มตื่นเต้นแล้วฮะ แต่ก็ยังไปทำงาน ไปออกบูธ ไปรับตั้นที่ รร. ตามปกตินะฮะ อาหารการกินก็เหมือนเดิมฮะ เริ่มทานน้ำมะพร้าวกับยาจีนบางตัวเพิ่มขึ้น เช่น จับซาไท้เป้า (ความเชื่อส่วนบุคคลเช่นเคยนะฮะ) พยายามเดินแบบระมัดระวังมากขึ้น มีแว่บไปให้ร้านนวดเท้าแถวบ้าน บีบๆ จับๆ น่องให้บ้าง ไม่ได้นวดจริงๆ จังๆ

นอกจากนี้มี้กับพ่อก็เริ่มมองหาข้าวของที่ต้องใช้ฮะ เตรียมซื้อบางอย่างไว้ก่อนเพราะบ้านตั้นไม่ได้ซีเรียสเรื่องธรรมเนียมห้ามซื้อของก่อนน้องคลอด ส่วนบ้านไหนที่ซีเรียสจริงๆ ก็ไม่น่าห่วงอะนะ ลองดูของในลิสต์แล้วน้องคลอดแล้วก็หาทันไปห้างทีเดียวจบ shop online ก็ได้ หรือเดี๋ยวก็มีคนเอาของมาเยี่ยม เรื่องเตรียมของนี้เล่ากันตรงๆ ฮะ ว่าบ้านเรากลัวว่าจะมีของบางอย่างที่เตรียมไว้ซ้ำกับของจากญาติๆ เพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมฮะ อย่างตอนตั้นนี่ซื้อไว้ทุกอย่าง แล้วคนมาเยี่ยมได้มาอีกอย่างละ 2-3 ชุด ของเต็มบ้านฮะ ซึ่งก็ดีได้เอาไปบริจาคเยอะเลย คราวนี้เราเลยกะไว้ว่าซื้อเท่าที่จำเป็นจริงๆ ก่อน อธิบายนิดนึงว่าไม่ได้ งกหรือคาดหวังว่าญาติๆ เพื่อนต้องเอาของมาให้นะฮะ แวะมาเยี่ยมก็ดีใจแล้ว จะแปะลง facebook ว่าไม่รับของเยี่ยมก็กลัวว่าจะไปยิ่งกดดันให้คนเอาของมาเยี่ยม แต่บ้านเรากลัวว่าของจะเยอะเกินไป จริงๆ List ของที่หาไว้ก่อนก็มีตามนี้ฮะ

– เสื้อน้อง 1-2 ตัว มี้ไปค้นๆ ของตั้นเก่าๆ มีที่ยังไม่เคยแกะเลยตั้งแต่ตั้นเกิด

– ถุงมือ ถงุเท้า 2 ชุด ค้นเจอจากของตั้นที่ยังไม่เคยแกะอีกเช่นกันฮะ

– ผ้าอ้อม (ผ้าสาลู) 7-8 ผืน (เตรียมเยอะหน่อยถ้าบ้านไหนแพลนให้ใส่ผ้าอ้อมผ้าตอนกลางวัน)

– ผ้าห่อตัว 2 ผืน

– แพมเพิสไม่ได้ซื้อเลย

ซึ่งสรุปแล้วของด้านบนนี่เราก็ไม่ต้องไปซื้อเพิ่มจริงๆ ฮะ มีญาติๆ เพื่อนๆ ใจดีเอามาให้จริงๆ

– แว่นกันแดดเด็ก Babiators แหะๆ อันนี้ล้อเล่นฮะ

– อ่างอาบน้ำน้อง+ฟองน้ำธรรมชาติ

– เตียงน้อง และเบาะรองนอน ซึ่งคาดว่าคงไม่มีใครอุ้มเตียงมาให้

– สำลีก้อน สำลีแผ่น คอตต้อนบัต สบู่ แชมพู น้ำเกลือ อันนี้ฝากอาม่าไปซื้อจากร้านขายยาตรงแถวพระราม 4 ตอนก่อนออกจาก รพ.

– ทิชชู่เปียก ตั้นมีอยู่แล้ว

– ผ้าอนามัยของมี้

– เครื่องนึ่งขวดนม (ใช้ของตั้นเดิม)

– เครื่องปั๊มนม คาร์ซีท เลือกและจัดการไว้ก่อนเลย เดี๋ยวมารีวิวกันละเอียดอีกทีนะฮะ

– ถุงใส่น้ำนม (อันนี้สำคัญฮะ)

– ยามหาหิงค์ (ยาอื่นๆ ป้าหมอให้มาฮะ)

– ผ้ารองฉี่

– วาสลีน (ไว้ทาก้นฮะ หลังจากฉี่หรืออึ)

– น้ำขิง ต้มสด (ถ้าสะดวก) เพิ่มน้ำนมดีมากฮะ ถ้าไม่สะดวก ซื้อแบบซองไปไว้ทานที่ รพ หลังคลอดได้ฮะ

– อ้อ อย่าลืม เสื้อ หมวก ถุงมือ ถุงเท้า ชุดหล่อ/สวย 1 ชุด  อันนี้ความชอบส่วนตัวฮะ เวลาไปหาป้าหมอหลังจากออกจาก รพ. จะได้มีชุดเท่ๆ แหะๆ

ย้ำอีกทีว่าอันนี้เป็นตัวอย่างของที่ซื้อไว้นะฮะ แต่ละบ้านอาจจะคาดการณ์ไม่เหมือนกัน แต่ของบ้านตั้นคือกะว่าอย่างน้อยก็พอมีใช้ 3-4 วันแรกไปก่อน แล้วขาดอะไรค่อยไปซื้อเพิ่ม List นี้ไม่ใช่ของทั้งหมดที่ต้องมี ยังมีพวกของที่ควรซื้อ เช่นตะกร้าผ้า ลิ้นชักเก็บเสื้อผ้า ฯลฯ ซึ่งบ้านตั้นมาซื้อทีหลังฮะ แรกๆ ใช้ของที่มีไปก่อน ขวดนมนี่กว่าจะได้ใช้เดือนนึงฮะ เลยยังไม่ได้หาไว้ ซึ่งขวดนมอย่าซื้อตุนฮะเด็กบางคนชอบจุกไม่เหมือนกัน ซื้อมาลองแค่ 1-2 ขวดก่อนฮะ พอน้อง 1 เดือนถึงจะเริ่มใช้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

โอเคฮะ ประสบการณ์ช่วงมีน้องในท้องของบ้านตั้นก็เป็นประมาณนี้แหละฮะ คราวหน้ามาเล่าให้ฟังเรื่องวันก่อนคลอด วันคลอด แล้วก็ช่วงอยู่โรงพยาบาลนะฮะ

 

หมวดหมู่:ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s